ค้นหาeBooks (Search eBooks)

ค้นหาหนังสือเล่ม (Search Books)

ข่าวและกิจกรรม

 

นวนิยายแฟนตาซีคืออะไร?

นวนิยายแฟนตาซี (อังกฤษ: Fantasy Fiction) เป็นจินตนิยายประเภทหนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแฟนตาซี รูปแบบเนื้อเรื่อง (ที่กลายมาเป็นรูปแบบพื้นฐานของนิยายแฟนตาซีกลุ่มหลักในปัจจุบันไปแล้ว – โดยมีงานของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เป็นรากฐาน) มักจะเป็นในเชิงของดาบและเวทมนตร์ ความเจริญต่าง ๆ อยู่ในขั้นของยุคกลางหรือยุคโบราณ มีเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติ และ/หรือ เทพเจ้า เข้ามาเกี่ยวข้อง มีผู้วิเศษ (Sorcerror) ที่มีอำนาจด้วยตัวของตัวเอง และบันดาลเวทย์ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติได้ด้วยพลังที่มีอยู่แล้วในตัว หรือโดยการตั้งสมาธิจิต (will), พ่อมด (Wizard) ซึ่งอำนาจเวทย์เกิดจากคาถา ที่จะต้องท่องคำวิเศษหรือใช้อักขระศักดิ์สิทธิ์ (runes), มีปีศาจและสัตว์ประหลาดต่าง ๆ, มีฝ่ายธรรมะ ฝ่ายอธรรม, มีมังกร เขาวงกต และส่วนประกอบอื่น ๆ รวมถึงตอนนี้ มักจะต้องมีแผนที่ประกอบ (เป็นธรรมเนียมไปแล้ว) อีกด้วย

แฟนตาซีหลาย ๆ เรื่อง อย่างในชุดของ "Forgotten Realm" แม้จะมีเครื่องจักรกล หรือวิทยาศาสตร์เข้ามาประกอบอยู่ด้วย แต่ด้วยโครงสร้างของฉาก และเนื้อเรื่อง ย่อมดูออกทันทีว่าเป็นแฟนตาซี.

เสน่ห์ของนิยายแฟนตาซี คือความหลากหลายของโครงเรื่อง และตัวละคร. อย่างไรก็ตาม ออร์สัน สก็อต การ์ด เคยให้ข้อสังเกตเอาไว้ใน "How to write Science Fiction and Fantasy" ของเขาว่า นิยายแฟนตาซีที่สนุกและน่าติดตามนั้น เมื่อคุณสร้างโลกขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ว่าตัวละครทุกตัว (หรือบางตัว) จะมีอำนาจเวทมนตร์ มีความสามารถไม่จำกัด นั่นคือควรจะต้องมีข้อจำกัด ตามกฎที่คุณสร้างขึ้นในโลกของคุณ เช่น หากต้องการอำนาจใด อาจจะต้องเสียบางอย่างไปเพื่อแลกกับมันมา กล่าวคือไม่มีการกระทำใด ๆ ที่ปราศจากผลกระทบ เป็นต้น

 อ่านเรื่องนี้ได้โดยสมัครสมาชิก ฟรี ที่นี้ 

 

. อุดากร


อ.อุดากร เป็นนามปากกาของ อุดม อุดาการ เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2467 ที่อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม การศึกษา เรียนหนังสือชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ หลังจบม.6จึงเรียนต่อในกรุงเทพฯ ที่ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา แล้วสอบเข้าเตรียมแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาวิชาแพทย์ที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช 

พ.ศ.2478 ในปลายปีการศึกษาแรกของการเรียนวิชาแพทย์ ล้มป่วยด้วยโรคปอด ต้องพักการเรียน 2 ปี เพื่อรักษาตัว เมื่อครบกำหนดอาการยังไม่ปกติ จึงต้องลาออก อ.อุดากรจึงหันมาเรียนวิชากฎหมายคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง แม้จะยังเจ็บป่วยอยู่ก็อดทนเพียรพยายามจนสำเร็จอนุปริญญา

มีแววเป็นนักเขียนตั้งแต่เด็ก วิชาเรียงความของเขามักได้รับคำชมจากครู นอกจากนั้นก็มักจะเขียนเรื่องสั้นให้เพื่อนๆอ่านและเขียนบทละครให้โรงเรียนใช้แสดงในงานรื่นเริงเป็นประจำ

หลังล้มป่วยจนเรียนแพทย์ไม่ได้ อ.อุดากรเสียใจมากเพราะเคยมุ่งหวังใช้วิชาแพทย์ช่วยเหลือชาวบ้านในชนบท จึงหันมาสนใจการเขียนอย่างจริงจัง พอดีจังหวะช่วง พ.ศ.2491 นิตยสารสยามสมัย จัดประกวดเรื่องสั้นโบว์สีฟ้า อ.อุดากร เขียนส่งมา 3 เรื่อง ได้แก่ ตึกกรอสส์ เกสราลิขิต และชำหนึ่ง ทุกเรื่องได้รับพิจารณาลงพิมพ์ และเรื่อง "ตึกกรอสส์" ได้รับรางวัลชนะเลิศ
อ.อุดากรบรรยายความรู้สึกที่ได้รับรางวัลในจดหมายที่เขียนถึงมาลัย ชูพินิจ บรรณาธิการนิตยสารสยามสมัยขณะนั้นว่า "ความปรารถนาของผมก็เท่านั้น ต้องการระบายความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ และบุคคลผู้เป็นเส้นชีวิตของมันออกไป เขียนแล้วอ่านดูเองก็รู้สึกพอใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สุขเท่ากับได้รับการเผยแพร่"

เมื่อได้รับความสำเร็จจากงานเขียนทำให้เขามีพลังใจมุมานะเขียนหนังสือแม้ยังเจ็บป่วย พ.ศ.2493 งานเรื่องสั้น "สัญชาตญาณมืด" ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารสยามสมัย เป็นผลงานเขย่าวงการที่ผู้อ่านพูดถึงอย่างกว้างขวาง

เมื่อทำงานเสมียน แผนกมหาดไทยของจ.อุตรดิตถ์ นายอุดมรับหน้าที่จัดทำนิตยสารธรรมสภา และหนังสือเชิญชวนท่องเที่ยวจังหวัด เรื่อง "ลับแลเมืองธรรมชาติ" งานหนังสือเล่มนี้เขาทุ่มเทอย่างหนักกระทั่งโรคที่ป่วยอยู่ทวีความรุนแรงขึ้นจนต้องหยุดงานเขียนเมื่อลุกขึ้นไม่ไหว

ตัวอย่างงานเขียนของอ.อุดากร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องสั้น นอกเหนือจากที่เอ่ยแล้วข้างต้น ได้แก่ สยุมพรเหนือ หลุมฝังศพ ริมกระแสธาร ชั่วนิรันดร แสงระวีดับ โบ๊ตอะฮอย? ชีวิตที่จบลงด้วยน้ำตา ทาสอารมณ์ บนผืนแผ่นดินไทย คาลมาร์กซ์-กลิ่นดินปืน บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง รักนั้นจีรัง วิญญาณลอย เพ็ญพิลาป และสิ้นพยาบาท ซึ่งเป็นงานเขียนเรื่องสุดท้ายในปี 2493 อ.อุดากร เสียชีวิต เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2494 ด้วยวัยเพียง 27 ปี