ขรรค์ชัย บุนปาน

 

ประวัติย่อ
ขรรค์ชัย บุนปานเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2487 ที่จังหวัดราชบุรี บิดาชื่อ ไข่ มารดาชื่อ ชูศรี (จะกรุดแก้ว) บิดาเป็นครูและมารดาประกอบอาชีพค้าขาย ปีต่อมาบิดาซึ่งเป็นครูย้ายมาเป็นศึกษาธิการอำเภอ ที่อำเภอบางขุนเทียน จึงติดตามบิดามา เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียน ในละแวกบางขุนเทียนนั้นจนจบประถมสี่จากโรงเรียนวัดหนังราชวรวิหาร จบมัธยมศึกษาปีที่หกจากโรงเรียนวัดราชโอรสาราม และไปเรียนต่อชั้นมัธยมปีที่ ๗-๘ เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนนวลนรดิศ ที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศนี้เองที่ขรรค์ชัยได้พบและรู้จักกับ สุจิตต์ วงษ์เทศ ซึ่งต่อมาเป็นเพื่อนรักกัน ได้ร่วมคิดร่วมเขียนและร่วมทำหนังสือมาด้วยกันจนได้รับฉายาร่วมกันว่า "สองกุมารสยาม" (เมื่อใดที่เอ่ยถึงคนหนึ่งจะละเว้นที่ไม่เอ่ยถึงอีกคนหนึ่งไม่ได้)
จากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ขรรค์ชัย บุนปาน สอบตก ม. ๗ จึงย้ายมาเรียนต่อที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา (ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) ต่อมาเมื่ออายุครบ ๒๐ ได้อุปสมบทที่วัดราชโอรสาราม สอบได้นักธรรมตรี หลังจากนั้นสอบเรียนต่อได้ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เช่นเดียวกับ สุจิตต์ วงษ์เทศ ระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากรเริ่มมีผลงานรวมเล่มพิมพ์เผยแพร่ โดยเป็นผลงานร่วมกับ สุจิตต์ วงษ์เทศ ทั้งในรูปบทกวีและเรื่องสั้น เล่มแรกคือ นิราศ (๒๕๐๗) มี เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ เป็นผู้จัดพิมพ์ และหลังจากนั้นก็มีผลงานเขียนร่วมกัน ๒ คนรวมเล่มออกมาอย่างต่อเนื่อง คือ นิราศ (๒๕๐๗) กลอนลูกทุ่ง (๒๕๐๘) เห่ลูกทุ่ง (๒๕๐๙) ครึ่งรักครึ่งใคร่ (๒๕๑๑) กูเป็นนิสิตนักศึกษา (๒๕๑๑) และ หันหลังชนกัน (๒๕๑๓) ซึ่งเป็นช่วงปีสุดท้ายก่อนจะจบการศึกษา
ในระหว่างที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรนี่เอง ที่ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ เริ่มมีบทบาทในแวดวงหนังสือและการเขียน โดยทั้งคู่ได้รับทำนิตยสาร ช่อฟ้า รายเดือน ของมูลนิธิอภิธรรมวัดมหาธาตุ ที่ต่อมาได้กลายเป็นแหล่งชุมนุมของ "กลุ่มหนุ่มเหน้าสาวสวย" ๑ ในกลุ่มปัญญาชนนักคิดนักเขียนในช่วงยุคก่อน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่ม ที่โดดเด่นเช่น "ชมรมพระจันทร์เสี้ยว" และ "เจ็ดสถาบัน"
เมื่อจบการศึกษาแล้ว ขรรค์ชัย บุนปาน ได้ทำงานเป็นครูที่โรงเรียนมาร์แตร์เดอีระยะหนึ่ง ก่อนจะย้ายมาทำงานที่ห้างเซ็นทรัล หลังจากนั้นจึงเข้าทำงานในสายวิชาชีพหนังสือพิมพ์อย่างจริงจังมาจนปัจจุบัน เริ่มจากการทำงานที่หนังสือพิมพ์ สยามรัฐ ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งสุจิตต์ วงษ์เทศ เข้าไปทำงานอยู่ก่อนแล้ว ทำงานที่ สยามรัฐ ได้ประมาณ ๓ ปี เมื่อ สุจิตต์ วงษ์เทศ กลับจากลาพักงานไปสหรัฐอเมริกา ก็ถูกไล่ออกพร้อมกันในเดือนมิถุนายนพ.ศ.๒๕๑๕
การถูกไล่ออกจาก สยามรัฐ นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานหนังสือพิมพ์อย่างหนักแน่นมั่นคงยิ่งขึ้น โดยการระดมทุนจัดตั้งโรงพิมพ์คือ โรงพิมพ์พิฆเนศ ขึ้น หลังจากที่ตั้งโรงพิมพ์ ขรรค์ชัย บุนปาน มาทำงานที่หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ โดยมีผู้ดูแลกิจการโรงพิมพ์พิฆเนศคือ สุจิตต์ วงษ์เทศ ซึ่งได้เขียนคอลัมน์ใน ไทยรัฐด้วย
ต่อมา หลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ขรรค์ชัย บุนปานและเพื่อนร่วมกันออกหนังสือพิมพ์ ประชาชาติรายสัปดาห์ โดยออกในนาม เดอะเนชั่น ของ สุทธิชัย หยุ่น จากนั้นก็ออก ประชาชาติรายวัน จนกระทั่งต้องหยุดไปเพราะเกิดเหตุการณ์๖ตุลาคมพ.ศ.๒๕๑๙
เมื่อสถานการณ์ทางสังคมเริ่มคลี่คลาย ขรรค์ชัย บุนปานและเพื่อนจึงได้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ มติชน ขึ้น โดยออกหนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน และ มติชนสุดสัปดาห์ ที่เน้นเนื้อหาของข่าวสารสาระ ปัจจุบันได้ขยายกิจการเป็นบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของไทยในชื่อบริษัทมติชนจำกัด(มหาชน)
นายขรรค์ชัย บุนปาน เป็นกวี นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ และนักบริหารจัดการที่ได้มีส่วนทำให้สถาบันสื่อมวลชนไทยมีคุณภาพและเข้มแข็งขึ้น ด้วยการยึดมั่นในหลักการ จรรยาบรรณหนังสือพิมพ์ และดำรงความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ
ด้วยความรักในภาษาและหนังสือไทย โดยเฉพาะความสนใจเป็นพิเศษต่อความรู้ดั้งเดิมที่เป็นรากฐานทางศิลปะและวัฒนธรรมของไทย ขรรค์ชัย บุนปาน จึงได้เริ่มต้นสร้างสรรค์ผลงานเขียนด้วยงานร้อยกรอง ที่ยึดเอาขนบเดิมเป็นแนวทาง และได้สร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมในรูปของเรื่องสั้นและนวนิยายในเวลาต่อมา กล่าวได้ว่า เวทีหรือสนามประลองทางความคิดของขรรค์ชัย บุนปาน เริ่มต้นที่ท้องทุ่งแห่งศิลปะและวัฒนธรรม ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตความเป็นอยู่ รสนิยม และสำนึกของคนร่วมสมัย ที่มีความตรงไปตรงมาและทั่วถึงคือไม่เว้นแม้แต่การวิพากษ์ตนเอง
การเริ่มต้นจากความรักในงานเขียน สู่การทำงานหนังสือและในที่สุดก็ได้เติบโตขึ้นมาเป็นนักหนังสือพิมพ์ ขรรค์ชัย บุนปานได้เปิดพื้นที่จากท้องทุ่งแห่งศิลปะและวัฒนธรรมมาสู่โลกของสังคม เศรษฐกิจและการเมือง การเฝ้าติดตามดูความเป็นไปของทั้งบุคคลและสังคม แล้วกล่าวทักตักเตือน ให้สติ และบางครั้งบางคราวก็แนะแนวชี้นำทางให้เพื่อเป็นทางออกด้วยในบทบาทของนักเขียนคอลัมน์
ในฐานะของกวี และนักเขียน ซึ่งมีความรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเป็นอย่างดี นายขรรค์ชัย บุนปานได้นำความรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่มีอยู่มาสืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมวิชาชีพของตนเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งสังคมที่ดี
ในฐานะของนักหนังสือพิมพ์ นายขรรค์ชัย บุนปาน เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ไม่ยอมอ่อนข้อต่อความไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมในสังคม และในบทบาทของผู้บริหารหนังสือพิมพ์ นายขรรค์ชัย บุนปาน ได้เป็นหลักสำคัญขององค์กรในการที่จะสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับที่มีพันธกิจรับผิดชอบต่อสังคมได้ใช้ความรู้ความ
สามารถของตนเพื่อธำรงไว้ซึ่งการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรม จนทำให้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่อยู่ในการบริหารงานของนายขรรค์ชัย บุนปาน มีคุณภาพเป็นที่เชื่อถือว่าเป็นสื่อที่นำความจริงสิ่งถูกต้องมาสู่สังคมโดยรวม
ด้วยบทบาททางสังคมและผลงานที่มีคุณค่าความหมาย ที่เป็นได้ทั้งหลักฐานประวัติศาสตร์และเป็นทั้งผลงานนฤมิตกรรมของนายขรรค์ชัย บุนปาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะนักหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นสื่อนำเสนอข่าวสารสาระ โดยเน้นที่การให้ข้อเท็จจริง และด้วยความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาในวิชาชีพ เจตนารมณ์ อุดมคติ และสำนึกทางสังคม ตลอดจนการอุทิศตน เพื่อผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมและสันติสุขของสังคม อันสอดคล้องกับอุดมคติและแนวทางดำเนินชีวิตของกุหลาบ สายประดิษฐ์(ศรีบูรพา)
ผลงานรวมเล่ม
- เรื่อง ชานหมากนอกกระโถน
- เรื่อง เศรษฐศาสตร์ข้างถนน
- เรื่อง หนี
- เรื่อง นานาสังวาส
- เรื่อง ใบลานหลังธรรมาสน์
- เรื่อง ประดับไว้ในโลกา
- เรื่อง ฟ้าแล่บแปล๊บเดียว
- เรื่อง กลีบเกษรหอมหวานแต่วานนี้

เกียรติยศที่ได้รับ
คณะกรรมการตัดสิน รางวัลเกียรติคุณ ๑๐๐ ปี ศรีบูรพา จึงขอประกาศเกียรติคุณให้ นายขรรค์ชัย บุนปาน เป็นผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณ ๑๐๐ ปี ศรีบูรพา สาขานักหนังสือพิมพ์ เนื่องในวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี ชาตกาล นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) และวาระที่องค์การยูเนสโกบรรจุชื่อนายกุหลาย สายประดิษฐ์ไว้ในปฏิทินการเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญของโลก.

ปัจจุบัน
- ประธานคณะกรรมการ บริษัทมติชน

comments