เจริญ มาลาโรจน์

 

ประวัติย่อ
เกิดวันอังคารที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ณ บ้านเลขที่ ๑๙๖ หมู่ที่ ๕ ต. เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย เป็นบุตรคนที่ ๔ ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ๗ คน บิดาจันทร์ และมารดาคำน้อย มาลาโรจน์
วัยเด็กเข้ารับการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๔ ที่ โรงเรียนบ้านสันติวัน ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นโรงเรียนของรัฐบาลที่อยู่ใกล้บ้าน ต่อมาก็ไปศึกษา ต่อระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่โรงเรียนศิริมาตย์เทวีซึ่งเป็นโรงเรียนของ คณะซีสเตอร์ โรงเรียนศิริมาตย์ฯ ตั้งอยู่ ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ขณะที่เรียนจบชั้นประถม ศึกษาปีที่ ๗ นั้นได้ทำการบรรพชาเป็นสามเณรพำนัก ณ วัดชัยมงคล อ.พาน จ.เชียงรายเป็นเวลา ๑ พรรษา ทำให้เข้าศึกษา ในชั้นมัธยมศึกษาช้าไป ๑ ปี หลังจากนั้นก็เข้าศึกษาต่อที่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ ในหลักสูตร ป.กศ.ชั้นต้น หลังจบสอบบรรจุเข้ารับราชการครูครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ ที่โรงเรียนสุวรรณราชวิทยาคาร ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
ต่อมาย้ายไปสอน ณ โรงเรียนศรีอรุณ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ สอนอยู่สองเดือนก็ขอย้ายสับเปลี่ยนไปอยู่โรงเรียนวัดกู่คำ อำเภอเดียวกัน ทำการสอนที่วัดกู่คำตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงลาเพื่อศึกษาต่อ ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหลักสูตร ศึกษาศาสตร์บัณฑิต สาขาการสอนภาษาไทย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙ กลับมาทำการสอนที่โรงเรียนวัดกู่คำจนต้นปี พ.ศ.๒๕๒๒ จึงได้สมัครไปเป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนบ้านห้วยตอง ต.แม่วิน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่บนยอดเขาไม่มีไฟฟ้าน้ำประปา กลางคืนต้องจุดไม้สน(ไม้เกี๊ยะ) แทน ทำการสอนได้เพียง ๑ ปี ก็ขอย้ายลงมาสอนโรงเรียนพื้นราบเพราะป่วยเป็นโรคหินปูนเกาะไขสันหลัง แพทย์ผู้รักษาแนะนำให้อยู่ในที่ที่ไม่หนาวจัด โรงเรียนที่ย้ายลงมาก็คือ โรงเรียนบ้านห้วยขวาง ต.แม่วิน อ.สันป่าตอง ทำการสอนได้เพียง ๑ ปี จึงลาออกเพราะสอบเรียนต่อปริญญาโทได้ในสาขาจารึกภาษาไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร และสาขาวิชาจารึกภาษาไทยนี้ ไม่ใช่สาขาวิชาที่ทางสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติอนุมัติให้ข้าราชการครูในสังกัดศึกษาต่อ
หลังจากลาออกเพื่อเรียนต่อในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ จบการศึกษาเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ ระหว่างนั้น ได้เข้าไปทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการให้กับนิตยสารถนนหนังสือ ซึ่งเป็นหนังสือรายเดือนในเครือของบริษัทเคล็ดไทย ทำหน้าที่ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเพียง ๓ เดือน ก็ลาออกเพื่อทำวิทยานิพนธ์เรื่องลังกาสิบหัวของไทลื้อ ระหว่างทำวิทยานิพนธ์ได้รับจ้างคุมงานก่อสร้างในบริษัทรับเหมาก่อสร้างของ อ.ทวี สว่างปัญญางกูร ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ ต่อมารับจ้างทำการค้นคว้าเอกสารภาษาล้านนา
หลังจบการศึกษาระดับมหาบัณฑิตแล้วก็ทำงานเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาไทยที่ภาควิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยทำการสอนอยู่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๐ ถึง พ.ศ.๒๕๓๒ จึงลาออกมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำการสอนได้เพียง ๖ เดือนก็ลาออกเพื่อประกอบอาชีพนักเขียนอิสระ ปี พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๓๔ เขียนหนังสือเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียว พอปี พ.ศ.๒๕๓๕ จึงร่วมกิจการกับบริษัทคณาธร จำกัด โดยรับผิดชอบในส่วนของสำนักพิมพ์โล่ - หวาย และ สำนักพิมพ์คณาธร โดยไปทำงานเดือนละประมาณ ๑๕ วันอีก ๑๕ วันกลับมาเขียนหนังสือ ที่บ้านสันป่าตองเชียงใหม่
ในด้านงานเขียนนั้นเริ่มส่อแววเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีมาตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมวรรณศิลป์ ของโรงเรียนศิริมาตย์ฯ ในขณะที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผลงานเขียนชิ้นแรกที่เขียนยาวคือ นิราศผาโขง งานชิ้นนี้เขียนกลอนแปดไม่ได้รับการเผยแพร่ (ตีพิมพ์รวมเล่ม)
การเขียนงานและการจัดกิจกรรมทางด้านวรรณศิลป์ เช่น ด้านกลอนสด ประกวดกลอนฯ ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างดีจาก อ.ประสิทธิ์ พลเยี่ยม อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมฯ
งานเขียนยุคแรกของเขาเป็นกลอนแปดคือ นิราศผาโขง ต่อมานิราศลานนา, นิราศธุลี และนิราศพระลอ ซึ่งวิวัฒนาการเชิงฉันทลักษณ์มาเป็นโคลง งานนิราศทั้งหมดเขียนเมื่อเรียนชั้นมัธยมศึกษามักใช้นามปากกว่า รุ่ง นภาลัย , มนต์ นภาลัย ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๕ได้เขียนงานร้อยแก้วเป็นครั้งแรกคือเขียนเรื่องสั้นเรื่อง"คนผมยาว" เริ่มต้นตีพิมพ์ในนิตยสารฟ้าเมืองไทย ซึ่งมี อาจินต์ ปัญจพรรค์เป็นบรรณาธิการใช้นามปากกาว่า "ก้าว จันคำน้อย" จากนั้นเขียนเรื่องสั้นมาเรื่อย ๆ ต่อมาได้เรียนวิชาศิลปะการเขียน กับอาจารย์วิทยา วงศ์ดีไทย ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงเริ่มรู้หลักการเขียนอย่างเป็นระบบมากขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ เรื่องสั้นของเขาเรื่อง "เจ้าที่" ได้รับรางวัลช่อการะเกดจากนิตยสารถนนหนังสือ งานเขียนประเภทเรื่องสั้นของเขาได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกคือ รวมเรื่องสั้นวันเวลาที่ผ่านเลย (กรุงเทพฯ : ดวงกมล,๒๕๒๑) โดยมี สุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นบรรณาธิการ แรกสุดเขาจะตั้งนามปากกาตัวเองว่า "คำจันทร์" แต่บรรณาธิการเห็นว่าเป็นนามปากกาที่ไปซ้ำกับผู้อื่นเลยเติมคำว่า "มาลา" ลงไปจึงกลายมาเป็นมาลา คำจันทร์นามปากกาที่ใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ทางด้านชีวิตครอบครัว แต่งงานเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๓ กับนางสาวณัฐยาภรณ์ ไชยหล้า หรือ "กระถิน" ปัจจุบันมีลูก ๒ คน คือ เด็กชาย รักพล มาลาโรจน์ และเด็กหญิง ภิรภรณ์ มาลาโรจน์ ครอบครัวของเขาอยู่ ณ บ้านเลขที่ ๕๖ หมู่ ๑๑ บ้านศาลา ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
นามปากกา
- มาลา คำจันทร์
- สิทธันต์ ชินทัต (ใช้ในงานแปล)
- ก้าว จันทร์คำน้อย
งานเขียนครั้งแรก
- งานเขียนนวนิยายเป็นเรื่องแรกคือเรื่องหมู่บ้านอาบจันทร์ ซึ่งตีพิมพ์รวมเล่มเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓
ผลงานรวมเล่ม
- ๒๕๒๑ วันเวลาที่ผ่านเลย (เรื่องสั้น) กรุงเทพฯ : ดวงกมล
- ๒๕๒๓ หมู่บ้านอาบจันทร์ กรุงเทพฯ : ต้นหมาก
- ๒๕๒๔ เด็กบ้านดอย กรุงเทพฯ : ต้นหมาก
- ๒๕๒๕ ไอ้ค่อม กรุงเทพฯ : ต้นหมาก
- ๒๕๒๖ นกแอ่นฟ้า กรุงเทพฯ : ต้นหมาก
- ๒๕๒๗ วิถีคนกล้า กรุงเทพฯ : คนวรรณกรรม
- ๒๕๒๙ ลมเหนือและป่าหนาว(เรื่องสั้น) กรุงเทพฯ : คนวรรณกรรม
- ๒๕๓๑ เขี้ยวเสือไฟ กรุงเทพฯ : กำแพง
- ๒๕๓๒ ท้าสู้บนภูสูง (งานแปล) แปลจาก duet in the high hell ของ Arther Cathealu กรุงเทพฯ : ต้นอ้อ
- ๒๕๓๓ แมวน้อยตกปลา กรุงเทพ : ต้นอ้อ
- ๒๕๓๔ เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน กรุงเทพฯ : คณาธร
- ๒๕๓๔หุบเขากินคน พุทธศักราช (รางวัลซีไรต์)
- ๒๕๓๕ ล้านนาฮาเฮ กรุงเทพฯ : คณาธร
- ๒๕๓๘ เมืองลับแล กรุงเทพ|มติชน และเรื่องเล่าในดงลึก กรุงเทพ|มติชน
- ๒๕๓๙ ดาบอุปราช และสร้อยสุคันธา
- นิราศพระธาตุอินทร์แขวน เมืองลับแล เรื่องเล่าจากดงลึก หัวใจพระเจ้า(รางวัลชมเชย จากคณะกรรมการประกวดหนังสือดีเด่นกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีการ ๒๕๕๐)

-ทางที่ต้องเดิน

-ลมเหนือและป่าหนาว

-ไฟพรางเทียน

-บ้านไร่ชายดง
เกียรติยศที่ได้รับ
-นักเขียนรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียนของประเทศไทยประจำปี
พุทธศักราช ๒๕๓๔(รางวัลซีไรท์)
งานที่ได้รับรางวัล
-รางวัลช่อการะเกด จากนิตยสารถนนหนังสือในปี พ.ศ.๒๕๒๑
-รางวัลรองชนะเลิศเรื่องสั้น ของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.๒๕๒๓ จากเรื่อง "ใช้ไม้สีเหลือง"
-รางวัลดีเด่นประเภทบันเทิงคดี หนังสือสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น จาก คณะกรรมการพัฒนา หนังสือแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.๒๕๒๓ จากเรื่อง หมู่บ้านอาบจันทร์
-รางวัลดีเด่นประเภทบันเทิงคดี หนังสือสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น จาก คณะกรรมการพัฒนาหนังสือ แห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๖ จากเรื่องลูกป่า
-รางวัลดีเด่นในการผลิตผลงานเพื่อเยาวชน จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประ สานงานเยาวชนแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ.๒๕๒๕ จากเรื่องลูกป่า
-รางวัล IBBY จากมูลนิธิ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ปี พ.ศ.๒๕๓๒ จากเรื่อง เขี้ยว เสือไฟ
-รางวัลดีเด่นประเภทบันเทิงคดี หนังสือสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น จาก คณะกรรมการพัฒนาหนังสือ แห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๒ จากเรื่องเขี้ยวเสือไฟ
-รางวัลดีเด่นประเภทบันเทิงคดี หนังสือสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น จาก คณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.๒๕๓๓ จากเรื่อง หุบเขากินคน
-รางวัลดีเด่นประเภทบันเทิงคดี หนังสือสำหรับเด็กอายุ ๖-๑๑ ปี จาก คณะกรรมการพัฒนา หนังสือแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.๒๕๓๔ จากเรื่อง แมวน้อยตกปลา
-รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน : ประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.๒๕๓๔ จากเรื่อง เจ้าจันท์ผมหอม
-รางวัลดีเด่นประเภทบันเทิงคดี หนังสือสำหรับเด็กอายุ ๖-๑๑ ปี จาก คณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๕ จากเรื่อง ฝีกว้างเท่าปากบ่อ
หนังสืออ้างอิง
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนที่ได้จากหนังสือนักประพันธ์ไทยของสำนักพิมพ์ สุวีริยาสาส์น

comments